จากคมชัดลึก


เหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 หรือ 911 ทำให้ทั่วโลกตกอยู่ภายใต้ความตึงเครียดด้านการก่อการร้ายข้ามชาติ เมื่อกลุ่มก่อการร้ายอัล-ไกดาของ "โอซามา บิน ลาเดน" จี้เครื่องบินพาณิชย์พุ่งชนตึกเวิลด์เทรดและเพนตากอนของสหรัฐ เกิดการเผชิญหน้าระหว่างชาติอภิมหาอำนาจกับกลุ่มก่อการร้ายที่มุ่งล้มล้าง สหรัฐอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

2 ปีให้หลังเหตุการณ์ 911 หน่วยข่าวกรองของไทยได้รับข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) ว่าแกนนำกลุ่มก่อการร้ายเจมาห์ อิสลามิยาห์ (เจไอ) เข้ามากบดานอยู่ในเมืองไทยและใช้เป็นสถานที่วางแผนก่อการร้ายตามสถานที่ ต่างๆ เช่น อยู่เบื้องหลังการวางระเบิดสถานบันเทิงบนเกาะบาหลีเมื่อปี 2545 มีผู้เสียชีวิต 202 คน โจมตีศาสนสถานก่อนวันคริสต์มาสปี 2543 และมีแผนโจมีสถานทูตสหรัฐ อังกฤษ และออสเตรเลียในสิงคโปร์

 อพาร์ตเมนต์ ขนาด 6 ชั้นภายในซอยต้นไทร ถนนโรจนะ ต.ไผ่สิงห์ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา คลาคล่ำไปด้วยผู้คนทั้งไทยและเทศ ต่างคนต่างไม่สนใจว่าใครเป็นใคร ห้องพักบนชั้น 6 มีชายต่างชาติพักอาศัยอยู่ 3 คน และ 1 สัปดาห์ก่อนวันที่ 11 สิงหาคม 2546 ก็มีคนแปลกหน้าต่างถิ่นเข้านอกออกในซอยและอพาร์ตเมนต์จนเป็นที่ผิดสังเกต แม้แต่ "สมหมาย" คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างวัย 49 ปีก็สังเกตเห็นความผิดปกติ


 " ปกติซอยต้นไทรจะมีคนแปลกหน้าเข้าออกอยู่เป็นประจำ เพราะมีอพาร์ตเมนต์ให้คนไทยและต่างชาติพัก แต่ช่วงนั้นมันแปลกๆ คือมีคนแปลกหน้าขับรถทะเบียนกรุงเทพมหานครเข้ามาในซอยเยอะมาก ผมจำได้ว่าพวกเขาไม่ใช่คนพื้นที่แน่ เพราะคนพื้นที่จะรู้ว่าในซอยนี้จะเป็นวันเวย์ มีช่องเดินรถทางเดียว แต่พวกเขาเหล่านี้มักจะหลงทาง และแวะถามทางเสียเป็นส่วนใหญ่"

 สมหมาย สังเกตเห็นด้วยว่าจากนั้นไม่นานก็มีชายแปลกหน้าเข้าไปเช่าห้องพักใน อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งภายในซอยต้นไทร วันๆ ได้แต่ชวนคุยและซักถามในเรื่องแปลกๆ โดยที่เขาไม่รู้และไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น กระทั่งมีตำรวจกว่า 100 นายกระจายกำลังปิดล้อมถนนทางเข้า-ออก กันคนออกจากพื้นที่จนสร้างความแตกตื่นให้ชาวบ้าน ถึงได้ทราบว่าชั้นบนสุดมีแกนนำก่อการร้ายที่หลายประเทศกำลังต้องการตัวพัก อาศัยอยู่

 "ริดวน อิซามุดดิน" หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ "ฮัมบาลี" แกนนำกลุ่มก่อการร้ายเจไอและสมุนคู่กายอีก 2 คน ถูกทางการไทยและซีไอเอจับกุมได้ พร้อมกับระเบิดและคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีข้อมูลที่ทำให้เชื่อว่าเขาเป็นคนประสานงานระหว่างอัล-ไกดากับเจไอ !?!


 เจ้าหน้าที่ ด้านความมั่นคงในกองบัญชาการกองทัพไทยคนหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า ฮัมบาลีเป็นคนอินโดนีเซียและเป็นนักศึกษาอิสลามในอินโดฯ แต่เข้าไปอยู่ในประเทศมาเลเซียได้ประมาณ 10 กว่าปีก่อนถูกจับ โดยตั้งสำนักงานท่องเที่ยวขึ้นบังหน้า แต่เบื้องหล้งจัดสมาชิกให้ขบวนการเจไอ ส่งไปฝึกและช่วยรบในพื้นที่ที่มีปัญหา เช่น อัฟกานิสถาน บอสเนีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ตอนใต้ มักจะเข้าๆ ออกๆ ระหว่างมาเลเซีย ไทย และเวียดนามอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะเวียดนามสื่อมวลชนสามารถบันทึกภาพฮัมบาลีเดินทางเข้าออกประเทศปี หนึ่งหลายสิบครั้ง

 ฮัมบาลีลักลอบเข้ามาอยู่ในประเทศไทยที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ช่วงก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปก (APEC) วันที่ 20-21 ตุลาคม 2546 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เขาวางแผนที่จะโจมตีสายการบินพาณิชย์และโรงแรมชื่อดัง 2 แห่งใน กทม.ที่บริหารโดยนักธุรกิจชาวอเมริกัน หลังการจับกุมทางการไทยได้ส่งตัวฮัมบาลีไปให้สหรัฐสอบสวน และมีหลักฐานเชื่อว่าเขาเกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรม 11 กันยายนด้วย

 พล. ต.ต.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย อดีต รอง ผบช.ส.หนึ่งในทีมสืบสวน ให้ข้อมูลสนับสนุนว่า ก่อนการจับกุมฮัมบาลีไม่นาน ทางการสหรัฐสามารถจับกุม "ชีค มูฮัมหมัด อาลี" แกนนำคนสำคัญของกลุ่มก่อการร้ายอัล-ไกดาระหว่างหลบหนีอยู่ช่วงรอยต่อประเทศ อัฟกานิสถานและปากีสถาน ก่อนจะนำตัวไปสอบสวนที่กรุงคาบูล เมืองหลวงอัฟกานิสถาน โดยชีค มูฮัมหมัด อาลี ให้การว่ามีแกนนำเดินทางไปพบฮัมบาลีและเจไอใน กทม.ก่อนจะเกิดเหตุระเบิดขึ้นบนเกาะบาหลี

 ยังมีหลักฐานอีกหลายชิ้น ที่บ่งชี้ว่า ฮัมบาลีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อวินาศกรรม 911 ด้วยก็คือ "คาหลิด อัล มิดฮาร์" และ "นาวาฟ อัล ฮาซมี" สองสลัดอากาศที่จี้เครื่องบินพุ่งชนเพนตากอนเคยมาที่มาเลเซียเมื่อเดือน มกราคม 2543 หรือ 1 ปีก่อนการก่อวินาศกรรมช็อกโลก และฮัมบาลีได้พบกับทั้งสองหลายครั้ง อีกทั้งเป็นคนจัดแจงให้ไปพักกับ "ยาซิด ซูฟัต" หนึ่งในสมาชิกเคเอ็มเอ็ม ซึ่งยาซิดคนนี้เองที่ต่อมาได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแล "ซัคคาเรียส มิซซาอุย" ผู้ต้องหาคดี 11 กันยายน และมิซซาอุยก็เคยเดินทางมาที่มาเลเซียเมื่อเดือนกันยายนปีเดียวกันกับคาหลิด และนาวาฟ รวมถึงหลักฐานเกี่ยวกับแผนโบจินก้าหมายลอบวางระเบิดเครื่องบินสหรัฐในเอเชีย 11 ลำเมื่อปี 2537 แต่แผนล้มเหลวไปเสียก่อน

 นอกจากนี้ข่าวกรองของ หลายประเทศยังมีหลักฐานที่ชี้ว่า ฮัมบาลีอยู่เบื้องหลังแผนการโจมตีหน่วยงานสหรัฐในสิงคโปร์ เชื่อกันว่าเขาดำเนินการผ่านกลุ่มมุสลิมติดอาวุธ ที่มีนักบวชชื่อ "อาบู บาคาร์ บาเซียร์" เป็นแกนนำ ปัจจุบันอาบู บาคาร์ กำลังถูกทางการอินโดนีเซียสอบปากคำ โดยคนกลุ่มนี้มีแผนก่อตั้งรัฐอิสลามอันเป็นการรวมอินโดนีเซีย มาเลเซีย และตอนใต้ของฟิลิปปินส์เข้าด้วยกัน

 ในส่วนของประเทศไทยหลังจากสร้าง ผลงานชิ้นโบแดงในสายตาของอภิมหาอำนาจอย่างสหรัฐแล้วก็ตกเป็นเป้าโจมตีจาก เครือข่ายก่อการร้ายข้ามชาติเจไอ ซึ่งมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับฮัมบาลี สถานการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ลุกโชน เกิดเหตุร้ายอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปล้นปืนค่ายทหาร เหตุการณ์กรือเซะ ฆ่าตัดคอชาวบ้าน ยิง-ระเบิดตำรวจทหาร ไม่เคยมีเหตุการณ์ไหนในประวัติศาสตร์ในพื้นที่ภาคใต้ที่เกิดความไม่สงบ รุนแรงต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเชื่อกันว่าเกิดจากการจับกุมฮัมบาลีให้สหรัฐ

 ...วันนี้ อพาร์ตเมนต์หลังใหญ่ในซอยต้นไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ผู้คนไม่พูดถึงหรืออาจจะลืมเลือนเรื่องราวเมื่อ 5 ปีก่อนไปอย่างสนิทใจ หลังเกิดเหตุไม่เพียงผู้เช่าเท่านั้นที่ย้ายออกไป แม้แต่พ่อค้าแม่ขายรายรอบก็อยู่ไม่ได้ ด้วยเกรงภัยก่อการร้ายที่จะตามมา ประกอบกับเจ้าหน้าที่ต้องเก็บข้อมูลจนกิจการห้องเช่าต้องหยุดชะงักเป็นเวลา หลายเดือนติดต่อกัน ตั้งแต่นั้นมาเรื่องนี้ก็เงียบหายไปในหมู่ผู้คนละแวกดังกล่าว

 -----------------

 ล้อมกรอบ 1

 ประวัติแกนนำเจไอ

 "ฮัมบาลี" เป็นชาวอินโดนีเซียเชื้อสายอียิปต์ มีชื่อจริงว่า "ริดวน อิสมามุดดิน" เกิดในครอบครัวชาวนาที่ยากจนฝั่งชวาตะวันตกเมื่อปี 1966 (พ.ศ. 2509) มีพี่น้อง 13 คน เข้าไปเกี่ยวข้องกับกลุ่ม "เจมาห์ อิสลามิยา (เจไอ)" มีความหมายว่า "ชุมชนอิสลาม" ที่เป็นแขนขาของอัล-ไกดาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น หลังจากนั้นก็เข้าไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มอิสลามเคร่งศาสนาในช่วงรัฐบาล ประธานาธิบดีซูฮาร์โต กำลังดำเนินการกวาดล้างกลุ่มเคร่งครัดศาสนาอย่างหนัก

 จน เมื่ออายุได้ 19 ปีก็ไปลี้ภัยอยู่ที่มาเลเซีย พร้อมกับ "อาบู บาการ์ บาเชียร์" แกนนำกลุ่มก่อการร้ายเจไอและพลพรรคอีกหลายคน จากนั้นในปี 2531 ฮัมบาลีเดินทางไปอัฟกานิสถานเพื่อร่วมรบกับกลุ่มมูจาฮีดีนต่อต้านการรุกราน ของทหารโซเวียต เชื่อว่าสมัยที่อยู่อัฟกานิสถาน 3 ปี เขาพบกับผู้ช่วยคนสำคัญของบิน ลาเดน คือ รัมซี ยูเซฟ และวาลี ข่าน อามิน ชาห์ ปัจจุบันยูเซฟติดคุก 240 ปีในสหรัฐ ฐานลอบวางระเบิดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ครั้งแรก

 ส่วนวาลี ข่านโดนคดีวางแผนโจมตีเครื่องบินสหรัฐ 11 ลำ และลอบสังหารพระสันตปาปาที่ฟิลิปปินส์ เชื่อว่าฮัมบาลีได้ช่วยเหลือคนทั้งสองในเรื่องเหล่านี้ และในที่สุดเขาก็กลับมายังมาเลเซียอีกครั้งในปี 2533 เพื่อรวบรวมพลพรรคเข้าร่วมสงครามศาสนา มุ่งสร้างรัฐอิสลามที่ยิ่งใหญ่ในเอเชีย หลังจากประธานาธิบดีซูฮาร์โตถูกโค่นอำนาจได้สองปีฮัมบาลีก็กลับอินโดนีเซีย ในปี 2541 เพื่อรวบรวมผู้สนับสนุนปฏิบัติการที่ทำให้ชื่อของฮัมบาลีติดอยู่ในทำเนียบ ของหนึ่งในผู้ก่อการร้ายที่อันตรายที่สุดในโลก คือ การลอบวางระเบิดโบสถ์หลายแห่งในช่วงวันก่อนวันคริสต์มาสในปี 2541 มีผู้เสียชีวิตไป 18 คน

 หลังจากนั้น 2-3 วันก็เกิดระเบิดในกรุงมะนิลา ซึ่งตำรวจฟิลิปปินส์พบหลักฐานว่า ฮัมบาลีเป็นผู้ให้เงินอุดหนุนในปฏิบัติการครั้งนี้ นอกจากนี้อัยการฟิลิปปินส์ยังตั้งข้อหาลักลอบขนวัตถุระเบิดจากฟิลิปปินส์ไป สิงคโปร์ เพื่อโจมตีสหรัฐและอิสราเอล จนมาถึงเหตุระเบิดบนเกาะบาหลี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 202 คน และเหตุระเบิดครั้งล่าสุดที่ รร.แมริออท กลางกรุงจาการ์ตา ชื่อของฮัมบาลีก็ถูกขีดเส้นใต้ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลัง

 ฮัม บาลีในขณะนั้นนั่งอยู่ในตำแหน่งรองประธานกลุ่มเจไอ และรักษาการหัวหน้ากลุ่มเจไอ แทนที่บาเชียร์ซึ่งกำลังถูกดำเนินคดีในข้อหาวางระเบิดโบสถ์ในอินโดนีเซีย เมื่อปี 2543 นอกจากนี้เขายังเป็นชาวเอเชียคนเดียวที่มีตำแหน่งสูงสุดในคณะกรรมาธิการด้าน การทหารของกลุ่มอัล-ไกดา ซึ่งตามข้อมูลของหน่วยข่าวกรองสหรัฐ ฮัมบาลีถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในผู้ร่วมวางแผนก่อวินาศกรรม 11 กันยายน และยังเกี่ยวข้องกับผู้ต้องสงสัยในเหตุโจมตีเรือยูเอสเอสโคลห์ของสหรัฐใน เยเมนเมื่อปี 2543 ด้วย

 ภายหลังถูกจับกุมเขาถูกคุมขังอยู่ที่ค่าย กักกันของกองทัพสหรัฐในอ่าวกวนตานาโมประเทศคิวบา และนับเป็นหนึ่งในผู้ก่อการร้ายคนสำคัญ 14 คน ที่กำลังถูกพิจารณาคดี

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet