จากเดลินิวส์
    
ทุกอย่าง 10 บาท : สองปีสุวรรณภูมิ แผ่นดินทอง หรือแหล่งขุดทองของใคร..?
 
เป็นช่วงเวลาสองปีที่มีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว รวมทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย..

เมื่อเปิดให้บริการใหม่ ๆ ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2549 หลายคนคงจำได้ว่ามี Motto โฆษณา “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ” คนไม่น้อยตื่นเต้นถึงขนาดเหมารถไปเที่ยวชมสนามบินที่ได้ยินคำร่ำลือมาว่า “ช่างสง่างาม” เสียเหลือเกิน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโหมประชาสัมพันธ์ด้านดีของสนามบินแห่งใหม่ แต่ก็ไม่วายมีข่าวด้านร้าย ๆ เล็ดรอดออกมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สายพานลำเลียงกระเป๋าขัดข้อง กระเป๋าตกค้างนานนับชั่วโมง เครื่องเอ็กซ์เรย์ตรวจอาวุธ CTX ที่มีข่าวทุจริตตั้งแต่ตอนจัดซื้อก็เกิดขัดข้อง รันเวย์ร้าว ห้องน้ำไม่เพียงพอ แอร์ไม่เย็น หลังคารั่ว แท็กซี่ประท้วง หนุ่มพม่าลอบปีนรั้วเข้าไปนั่งปร๋ออยู่บนเครื่องบิน รวมไปถึงปัญหามลภาวะทางเสียงที่กระทบต่อชุมชนรอบสนามบิน

และล่าสุด กรณีรถเข็นกระเป๋าถูกขโมยไปนับพันคัน..

จะนับเป็นผลงานอันยอดเยี่ยมของเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยสนามบินสุวรรณภูมิ หรือเป็นความทะเล่อทะล่าของโจร หรือเรื่องบังเอิญอันร้ายกาจ หรือจัดฉาก ยังเป็นคำถามที่น่าสงสัย..

เพราะหลังมีข่าวเรื่องนี้ออกมาเพียงไม่กี่วัน เจ้าหน้าที่ รปภ.ก็สามารถจับกุมคนร้ายสองคนได้คาหนังคาเขา แถมคนร้ายยังรับสารภาพว่าได้กระทำการมาแล้วหลายครั้ง รวมรถเข็นที่ขโมยไปประมาณ 500 คันแล้ว

ก่อนหน้านี้ ก็มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่เคยจับกุมแก๊งคนร้ายขโมยรถเข็นกระเป๋าส่งให้ตำรวจดำเนินคดีแล้ว 2-3 ราย ทำให้อาจสรุปความโดยอาศัยการสันนิษฐาน ได้ว่า น่าจะมีรถเข็นถูกขโมยไปแล้วหลายพันคัน..

ย้อนกลับไปดูที่มาที่ไปของรถเข็นกระเป๋าแห่งสุวรรณภูมิ นับว่ามีเรื่องราวที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ระดับตำนานที่ไม่ธรรมดา

การได้มาซึ่งรถเข็นนี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ต้องจ่ายค่าจัดซื้อจัดจ้างให้บริษัท ไทยแอร์พอร์ต กราวนด์ เซอร์วิสเซส หรือ TAGS เป็นเงินกว่า 500 ล้านบาท เพื่อให้จัดหารถเข็นกระเป๋าประมาณ 9,000 คัน มาใช้งานในสนามบินเป็นเวลา 7 ปี

โครงการนี้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ราวกลางปี 2549 ก่อนเปิดใช้สุวรรณภูมิเพียงไม่กี่เดือน โดยถือเป็น 1 ใน 47 งานเร่งด่วน ที่ต้องทำให้เสร็จก่อนเปิดสนามบิน และกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้อง จัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ

ความไม่ชอบมาพากลเริ่มมาตั้งแต่ช่วงเวลานั้น โดยก่อนการปฏิวัติเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2549 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นฝ่ายค้านเหมือนทุกวันนี้ ออกมาเปิดโปงว่า การจัดซื้อจัดจ้างรถเข็นกระเป๋าไม่โปร่งใส

ต่อมา ในสมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ บอร์ด ทอท.ชุดที่มาจากกองทัพ ตั้งกรรมการสอบเรื่องนี้อีกครั้ง ด้วยประเด็นที่คล้ายกับที่พรรคประชาธิปัตย์เคยเปิดโปงไว้ กล่าวคือ มีการเปลี่ยนสเปคของรถเข็นหลายครั้ง

และที่สำคัญมีบริษัทเอกชนรายหนึ่ง เสนอว่า ทอท.ไม่ต้องจ่ายสตางค์เลยแม้แต่แดงเดียว แต่เขาจะนำรถเข็นกระเป๋ายี่ห้อ WANZL ซึ่งมีใช้อยู่ในสนามบินที่ต่างประเทศหลายแห่ง มาให้ใช้ฟรี.. เป็นเวลา 7 ปี แลกกับรายได้ที่เขาขอติดโฆษณาสินค้าที่รถเข็น

แต่ ทอท.กลับไม่รับพิจารณาข้อเสนอนี้ และไปจ่ายเงินจ้าง TAGS แทน..

จากวันนั้น ถึงวันนี้ เปลี่ยนรัฐบาลแล้ว เปลี่ยนบอร์ด ทอท.แล้ว การสอบสวนดังกล่าวก็เงียบหายไปกับสายลม.. แล้ววันดีคืนดี ก็มีข่าวเรื่องรถเข็นหายเข้ามาแทน

คำถามที่น่าสนใจก็คือ รถเข็นหาย ใครเสียประโยชน์... ?

แต่คำถามที่น่าสนใจกว่า คือ รถเข็นหาย ใคร ได้ ประโยชน์... !?..!!

ตามสัญญาที่ ทอท.ทำไว้กับ TAGS ระบุว่า TAGS จะต้องจัดหารถเข็นกระเป๋ามาไว้ใช้ให้เพียงพอตลอดเวลา หากตรวจพบว่าจำนวนรถเข็นขาดหายไป TAGS จะต้องถูกปรับเป็นเงิน 2,000 บาท ต่อวันต่อรถหนึ่งคัน

หากคิดเล่น ๆ โดยประเมินแบบต่ำสุด ตามข่าวที่บอกว่ารถเข็นถูกขโมยไปกว่า 3,000 คัน เท่ากับ TAGS จะต้องถูกปรับวันละ 6,000,000 ล้านบาท..
แต่มีข่าววงในเปิดเผยว่า วงเงินค่าปรับนี้อาจสูงถึงวันละ 10 ล้านบาททีเดียว

แล้ว TAGS ต้องจ่ายค่าปรับ จริงหรือ..?

คำตอบคือ ไม่จริง..!!

เพราะสัญญาระบุไว้ด้วยว่า หากรถเข็นหายไปเพราะถูกขโมย TAGS จะมีเวลาอีก 30 วันจัดหามาให้ใหม่ โดยไม่ต้องถูกปรับ..!!
 
เพียงสองปีที่ผ่านมา และแค่แตะเบา ๆ ที่ตำนานรถเข็นแห่งสุวรรณภูมิ มูลค่าโครงการเพียง 500 กว่าล้านบาท ยังผิดสังเกตขนาดนี้ ถ้าเจาะกันลึก ๆ ในสนามบินมูลค่าเป็นแสนล้านบาท จะพบอะไรบ้าง ไม่อยากคิดเลยจริง ๆ.

Comment

Comment:

Tweet

มีป้ายบอกทางไปทุกที่ แต่บูมแว้บเดียวแล้ววูบ

#1 By Gathering Urza on 2008-09-30 21:38