จากไทยรัฐ

[30 ก.ย. 51 - 15:44]

ภาวะโลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ทำให้โลกอุณหภูมิสูงขึ้น เชื่อมโยงไปถึงสภาพอากาศโลกที่แปรปรวนเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นหน้าเห็นหลัง

ประเด็นสำคัญ...สภาวะโลกร้อน จะทำให้เกิดพายุที่มีความรุนแรงมากขึ้น และบ่อยครั้งขึ้น

การเลื่อนตัวของแนวร่องความกดอากาศต่ำ ทำให้ปริมาณฝนบางพื้นที่ตลอดจนตำแหน่งพายุเปลี่ยนแปลง คลื่นความร้อน ความแห้งแล้งจะทวีความรุนแรง และเกิดบ่อย

ขณะเดียวกัน ภาวะโลกร้อนยังส่งผลให้ภาวะน้ำแข็งในขั้วโลกเหนือ... ขั้วโลกใต้ ละลายเร็วกว่าที่คิด

ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา อดีตนักวิทยาศาสตร์นาซา ผู้เชี่ยวชาญเรื่องภาวะโลกร้อน บอกว่า ขณะนี้มีก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่เท่าเมืองนิวยอร์กไหลสู่ทะเล

หมายความว่าน้ำในทะเลจะค่อยๆ กินชายฝั่งทะเลบ้านเราไปเรื่อย ที่ชายทะเลบางขุนเทียน สูญเสียแผ่นดินแล้ว 1 กิโลเมตร

กรุงเทพมหานครสูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่ถึง 1 เมตร เมื่อระดับน้ำทะเล ขึ้นมาเกินกว่า 1 เมตร...กรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี และลพบุรี ครึ่งจังหวัดจะจมอยู่ใต้น้ำ

สอดคล้องกับข้อมูลแผนที่นาซา...ใน 30 ปี น้ำทะเลจะสูงขึ้น 6 เมตร

“เฉพาะช่วงชีวิตผม อายุ 68 ปีแล้ว ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 16 เซนติเมตร ถือว่าเยอะมาก ปกติจะใช้เวลา 4,000-5,000 ปี ไม่ใช่แค่ 100 ปี ตอนนี้กำลังเร่ง เพราะความร้อนมากขึ้น น้ำแข็งละลายมากขึ้น”

ดร.อาจอง อธิบายอีกว่า เมื่อย้อนไปยุคน้ำแข็งตอนนั้นอากาศหนาว เกือบจะทั่วโลกมีหิมะตก น้ำเหล่านี้หมุนเวียนไปเป็นน้ำแข็ง สะสมบนภูเขา ขั้วโลกเหนือ ขั้วโลกใต้...น้ำทะเลระเหยตกเป็นฝน หิมะ ทำให้ระดับน้ำทะเลลดลง ต่ำกว่าปัจจุบัน 120 เมตร

ถ้าน้ำแข็งละลายหมด ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น 120 เมตร เพราะน้ำทะเลไม่ได้หายไปไหน แต่หมุนเวียนอยู่บนโลก

ประเสริฐศักดิ์ เอกพิสุทธิ์สุนทร นักศึกษาปริญญาเอก บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) ให้ข้อมูลเสริมว่า ปัญหาการกัดเซาะ ชายฝั่งบริเวณอ่าวไทยรูปตัว ก เป็นปัญหาที่หลายคนให้ความสนใจและกล่าวถึงอย่างต่อเนื่อง

แต่อีกพื้นที่ที่คนกรุงเทพฯควรให้ความสนใจ คือ ชายฝั่งบางขุนเทียน

ผลสำรวจข้อมูลเบื้องต้น พบว่า เกิดการกัดเซาะเฉลี่ยปีละ 30 เมตร ถึงวันนี้พื้นที่หายไปแล้วกว่า 200 เมตร

แม้ผลกระทบจะไม่รุนแรงมากเท่าบ้านขุนสมุทรจีน อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ แต่ถ้าไม่มีการแก้ไข อาจทำให้ความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างคาดไม่ถึง

การทำนายการกัดเซาะโดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ตั้งเป้าไว้ที่ปี 2563 หรืออีก 12 ปี ข้างหน้า พบว่า ถ้าไม่มีการแก้ไขใดๆเลย พื้นที่ชายฝั่งบางขุนเทียนจะถูกกัดเซาะเข้าไปอีก 300 เมตร

ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศตามแนวชายฝั่งนอก บ่งชี้สาเหตุการกัดเซาะสำคัญ การขุดเจาะร่องน้ำเพื่อนำน้ำทะเลเข้าสู่บ่อกุ้ง ป่าชายเลนที่เคยมีอยู่ถูกถอนรากถอนโคนไปหมด

“เมื่อ ขาดรากที่จะยึดเหนี่ยวตะกอนดินคลื่น จึงทำให้กัดเซาะตะกอนออกไปได้ง่าย ยิ่งในช่วงฤดูมรสุมคลื่นลมแรงกว่าปกติ อัตราการกัดเซาะชายฝั่งจะยิ่งสูงขึ้นมาก”

ปรากฏการณ์ธรรมชาติแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นบ่อยนัก พายุงวงช้าง... เกิดขึ้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ช่วงเดือนกรกฎาคม ล่าสุด...เกิดที่พัทยา และบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ ยิ่งส่อเค้าว่า...ดินฟ้าอากาศกำลังวิกฤติ

ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ ที่ปรึกษาด้านวิชาการ ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย (สวทช.) อธิบายว่า พายุงวงช้าง มีชื่อที่ถูกต้องคือ พายุนาคเล่นน้ำ หรือพวยน้ำ

หมายถึง ปรากฏการณ์ที่มีลักษณะคล้ายท่อน้ำขนาดใหญ่เชื่อมต่อระหว่างผืนฟ้าและพื้นน้ำ มีลักษณะการเกิด 2 แบบ

แบบแรก...พายุทอร์นาโดที่เกิดขึ้นเหนือผืนน้ำ อาจจะเป็นทะเล ทะเลสาบ หรือแอ่งน้ำ โดยพายุทอร์นาโดจะเกิดขึ้นระหว่างที่ฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก เรียกว่า พายุฝนฟ้าคะนองแบบซุปเปอร์เซลล์ และมีระบบอากาศหมุนวนที่เรียกว่า เมโซไซโคลน

พายุนาคเล่นน้ำแบบนี้ จึงเรียกว่า...นาคเล่นน้ำที่เกิดจากทอร์นาโด

แบบที่สอง...เกิดจากการที่มวลอากาศเย็นเคลื่อนผ่านเหนือผิวน้ำที่อุ่นกว่า โดยบริเวณใกล้ๆ ผิวน้ำมีความชื้นสูง ไม่ค่อยมีลมพัด หรือพัดเบาๆ

ผลก็คือ อากาศที่อยู่ติดกับผืนน้ำซึ่งอุ่นในบางบริเวณจะยกตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และรุนแรง ทำให้อากาศโดยรอบไหลเข้ามาแทนที่ จากนั้นจะพุ่งเป็นเกลียวขึ้นไป

“ในช่วงที่อากาศพุ่งขึ้นเป็นเกลียววนนี้ หากน้ำในอากาศยังอยู่ในรูปของไอน้ำ จะยังมองไม่เห็นอะไร แต่หากอากาศขยายตัวและเย็นตัวลงถึงจุดหนึ่ง ไอน้ำก็จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำจำนวนมาก ทำให้เราเห็นท่อหรือ “งวงช้าง”...เชื่อมผืนน้ำและเมฆ”

ถ้าเกิดแบบนี้เรียกว่า...นาคเล่นน้ำของแท้ หรือนาคเล่นน้ำที่เกิดในช่วงอากาศดีพอสมควร ซึ่งเกิดได้บ่อย

ดร.บัญชา บอกว่า นาคเล่นน้ำของแท้ เป็นประเภทเดียวกับกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากช่วงที่เกิดมักจะมีพายุฝนฟ้าคะนองร่วมด้วย

ความต่าง...นาคเล่นน้ำที่เกิดจากทอร์นาโด จะเริ่มจากอากาศหมุนวนในบริเวณเมฆฝนฟ้าคะนอง แล้วหย่อนลำงวงลงมาแตะพื้น...อากาศหมุนจากบนลงล่าง ส่วนนาคเล่นน้ำของแท้ จะเริ่มจากอากาศหมุนวนบริเวณผิวพื้นน้ำ แล้วพุ่งขึ้นไป คือ อากาศหมุนจากล่างขึ้นบน

พายุนาคเล่นน้ำส่วนใหญ่ยาว 10-100 เมตร แต่บางทีก็ยาวมากถึง 600 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางมีตั้งแต่เล็กๆ 1 เมตร ไปจนถึงหลายสิบเมตร

นาคเล่นน้ำแต่ละตัว...อาจมีท่อหมุนวนเพียงท่อเดียวหรือหลายท่อก็ได้ แต่ละ ท่อจะหมุนด้วยอัตราเร็วในช่วง 20-80 เมตรต่อวินาที เทียบกับพายุทอร์นาโด จะยาว 100-300 เมตร หมุนวนเร็วกว่าอยู่ที่ 40-150 เมตรต่อวินาที

ความแรงของนาคเล่นน้ำ ถึงจะน้อยกว่าทอร์นาโด แต่ก็สามารถคว่ำเรือเล็กๆ ได้สบาย

นอกจากหมุนวนรอบตัวเอง นาคเล่นน้ำยังเคลื่อนที่ได้เร็วตั้งแต่ 3 ถึง 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาวเรือต้องสังเกตทิศทางให้ดี แล้วหนีไปในทิศตรงกันข้าม

อย่างไรก็ดี พายุนาคเล่นน้ำมีอายุไม่ยืนยาวนัก อยู่ในช่วง 2�20 นาที แต่บางทีก็นานถึง 30 นาที หากขึ้นฝั�ง ก็จะสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว

ผลพวงภาวะโลกร้อนทำให้ธรรมชาติเปลี่ยนแปลง ที่น่ากังวลคือ ดร.อาจอง บอกว่า ในเดือนมกราคม อากาศจะเย็นที่สุด ประเทศไทยจะมีหิมะจะตกในภาคเหนือ

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศฤดูหนาว กลางเดือนตุลาคม 2551 ถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ประเทศไทยตอนบนจะมีบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมเป็นระยะๆ

ระยะแรก...ช่วงเดือนตุลาคม จะทำให้มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงในบางพื้นที่ จากนั้นอุณหภูมิจะค่อยๆลดต่ำลง และอากาศจะเริ่มเย็น จากอิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่เริ่มพัดปกคลุมประเทศไทย

เดือนธันวาคมถึงมกราคม...ช่วงกลางฤดูหนาว มวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีน และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงจะพัดลงมาปกคุลมประเทศไทยตอนบนบ่อย ครั้ง...ต่อเนื่องมากขึ้น ทำให้ตอนบนของภาคมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด บริเวณยอดดอย ยอดภู อาจจะมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้

เข้าเดือนกุมภาพันธ์ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออกมีอากาศอุ่นขึ้น ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงหนาวเย็นในตอนเช้าต่อไปอีกระยะหนึ่ง สิ้นสุดฤดูหนาวราวกลางเดือน

คาดว่า...ตลอดฤดูหนาวนี้ อุณหภูมิโดยเฉลี่ยจะใกล้เคียงปกติ

ย้อนดูสถิติช่วงปี 2494-2550 อุณหภูมิต่ำที่สุด...วันที่ 25 ธันวาคม 2542...เชียงราย อุณหภูมิลดลงเหลือ 1.5 องศาเซลเซียส...เชียงใหม่ อุณหภูมิอยู่ที่ 3.8 องศาเซลเซียส และวันที่ 26 ธันวาคมปีเดียวกัน...พิษณุโลก มีอุณหภูมิ 8.9 องศาเซลเซียส

ย่างเข้าเดือนมกราคม อุณหภูมิต่ำสุด...วันที่ 2 มกราคม 2517...เชียงราย อุณหภูมิลดลงเหลือ 1.5 องศาเซลเซียส...เชียงใหม่ อุณหภูมิอยู่ที่ 3.7 องศาเซลเซียส และวันที่ 13 มกราคม 2489...พิษณุโลก มีอุณหภูมิ 7.5 องศาเซลเซียส

เมื่อใดที่ประเทศไทย และอีกหลายประเทศเมืองร้อนในแนวเส้นศูนย์สูตร...มีหิมะตก เมื่อนั้นก็หมายความว่า...โลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง.

 

Comment

Comment:

Tweet

big smile

#4 By ท่อตัน (118.172.24.126) on 2009-01-12 09:40

ส่งสานไทย

#3 By วีรยา (222.123.45.74) on 2008-11-30 13:18

ดร. อา-จอง 555555+ open-mounthed smile

#2 By ต้นเองง้าบ... on 2008-10-01 11:20

จะได้เอาสกีออกมาปัดฝุ่น.....
เก็บไว้นานแล้ว...
big smile