จากไทยรัฐ

[1 ต.ค. 51 - 18:06]

ใน อนาคตข้างหน้า...ผลจากภาวะโลกร้อน พายุไต้ฝุ่นจะพัดเข้าสู่อ่าวไทยโดยตรง ไม่ผ่านเวียดนาม...มีแนวโน้มรุนแรง และอาจเกิดมากขึ้นเป็นปีละ 1-2 ลูก

เมื่อถึงฤดูร้อนก็จะร้อนเร็ว ร้อนนาน อุณหภูมิสูงขึ้น...คาดกันว่าในอีก 10 ปี ช่วงพายุฤดูร้อนจะมีฟ้าผ่ามากขึ้นด้วย

จับตาสัญญาณธรรมชาติ...ฟ้าผ่ามากขึ้น เมื่อโลกร้อนขึ้น

กรณีล่าสุด...เกิดเหตุฟ้าผ่านักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศขณะเล่น น้ำตกอยู่ที่น้ำตกตาดโตน ต.โนนยาง อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร มีผู้เสียชีวิต 3 คน

ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ ที่ปรึกษาด้านวิชาการ ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย (สวทช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ บอกว่า ฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากเมฆฝนฟ้าคะนอง หรือเมฆคิวมูโลนิมบัส

ภายในก้อนเมฆและพื้นดินต่างมีประจุไฟฟ้าที่ต่างกัน คือ...ประจุบวก และ ประจุลบ

เมื่อประจุที่ต่างกันวิ่งเข้าหากันก็จะทำให้เกิดฟ้าผ่า ด้วยเหตุนี้ฟ้าผ่าจึงเกิดขึ้นได้หลายแบบ เช่น ฟ้าผ่าภายในก้อนเมฆ ฟ้าผ่าจากเมฆก้อนหนึ่งไปยังเมฆอีกก้อนหรือฟ้าแลบ

รวมถึงฟ้าผ่าจากเมฆลงสู่พื้นดิน ซึ่งเป็นประเภทที่เกิดขึ้นบ่อยและเป็นอันตรายกับคนส่วนใหญ่มากที่สุด

ดร.บัญชา บอกว่า ฟ้าผ่าจากเมฆลงสู่พื้นดิน เกิดขึ้นเมื่อประจุลบหรืออิเล็กตรอน เคลื่อนที่จากฐานเมฆลงมาที่อากาศผ่านเข้ามาใกล้พื้นดิน

“ประจุลบนี้สามารถเหนี่ยวนำให้วัตถุที่พื้นผิวของโลกซึ่งอยู่...ใต้เงา เมฆ มีประจุเป็นบวกได้ทั้งหมด พร้อมทั้งดึงดูดประจุบวกจากพื้นดินให้ไหลขึ้นมาตามต้นไม้ หลังคาบ้าน หรือบริเวณใดก็ได้ที่เป็นที่สูง”

เมื่อประจุลบกับประจุบวกเดินทางมาเจอกันเคลื่อนที่สวนทาง จึงเกิดเป็นกระแสโต้กลับ และเกิดเป็นฟ้าผ่าได้ในที่สุด

“จะเห็นว่า...วัตถุและพื้นที่ทุกจุด ใต้เงาเมฆฝนฟ้าคะนอง มีโอกาสเป็นจุดที่ถูกฟ้าผ่าได้หมด แม้จะไม่เป็นตัวนำไฟฟ้าก็ตาม”

จุดเสี่ยงที่จะเกิดฟ้าผ่ามากที่สุดคือบริเวณที่สูง เช่น ต้นไม้ เสาไฟฟ้า หลังคาบ้าน เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ประจุบวกสามารถเชื่อมโยงกับประจุลบได้ง่ายที่สุด

ขณะที่ชิ้นส่วนโลหะ เช่น สร้อย แหวน กระดิ่งแขวนคอวัว นั้นแทบจะไม่มีผลต่อการเป็นสื่อล่อฟ้าเลย

สาเหตุการเสียชีวิตของผู้ที่ไม่ได้ถูกฟ้าผ่าโดยตรง เกิดจากฟ้าผ่า 3 รูปแบบ

แบบแรก...ไฟฟ้าวิ่งเข้าสู่ร่างกายโดยการสัมผัสกับสิ่ง ที่ถูกฟ้าผ่า เช่น หากหลบใต้ต้นไม้ใหญ่ เสาไฟฟ้า เสาอากาศ และมีบางส่วนของร่างกายแตะกับสิ่งที่ถูกฟ้าผ่า กระแสไฟฟ้าก็จะไหลเข้าสู่ลำตัวได้โดยตรง

แบบที่สอง...ไฟฟ้าแลบจากด้านข้าง (side flash) กล่าวคือ แม้จะไม่ได้แตะจุดที่ฟ้าผ่า กระแสไฟฟ้าก็อาจจะกระโดดเข้าสู่ตัวคนทางด้านข้างได้

แบบสุดท้าย...กระแสวิ่งตามพื้น (step voltage) คือ กระแสไฟฟ้าสามารถวิ่งจากจุดถูกที่ฟ้าผ่าออกไปยังบริเวณโดยรอบ เช่น จากลำต้นลงมาที่โคนต้นไม้ และกระจายออกไปตามพื้นดิน ซึ่งมักเป็นบริเวณที่น้ำเจิ่งนอง

ดร.เอกรินทร์ วาสนาส่ง ภาค วิชาวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร เสริมว่า อันตรายเกี่ยวกับฟ้าผ่าที่หลายคนไม่รู้... จุดที่ฟ้าผ่าลงมาจะมีรัศมีรอบๆ เรียกว่า ศักดาไฟฟ้า

บริเวณศักดาไฟฟ้า...ไฟฟ้าจะวิ่งเป็นรอบวงกลม หนึ่งรอบวงกลมใกล้จุดฟ้าผ่าอาจมีแรงดัน 30,000 โวลต์...ไกลออกไปอาจลดเหลือ 20,000 โวลต์...10,000 โวลต์

“ถ้าคนไปยืนคร่อมเส้นเหล่านี้ ผล....คนมีสองขา ถ้าขาหนึ่งยืนที่ 3 หมื่นโวลต์ อีกขายืนที่ 2 หมื่นโวลต์ ตัวคุณก็จะมีแรงดันไฟฟ้าตกคร่อม 1 หมื่นโวลต์

แน่นอนกระแสไฟฟ้าก็จะไหลจากศักย์ไฟสูงขาหนึ่งไปผ่านตัวคุณไปยังอีกขาหนึ่งที่มีศักย์ต่ำ ไฟสูงเป็นหมื่นโวลต์ คุณตายแน่นอน”

กรณีที่ไม่ตายก็คือยืนขาชิด...ใกล้กันมากก็เกิดความต่างศักย์ น้อยหน่อย ถึงจะมีกระแสไหลผ่านแต่ก็ไหลน้อย อันตรายมากที่สุดก็แค่ช็อก หรือสลบ

ต้องย้ำว่า พื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดฟ้าผ่า อันดับแรก...พื้นที่โล่ง ทุ่งนา

ควายถูกฟ้าผ่าตาย ไม่ได้ถูกผ่าตรงๆ...แต่ก็ตายได้ เพราะควายยืนสี่ขา ไม่ว่าจะยืนแบบไหน โอกาสที่ขาสองขาจะอยู่ในสองรัศมีศักย์ไฟฟ้ามีสูง ถ้าควายยืนสองขาหรือยืนขาเดียวได้...โอกาสตายก็มีน้อย

“คนก็เช่นกัน ถ้ายืนขาชิด แต่มือจับต้นไม้ ก็ตายได้ ไฟฟ้าจะวิ่งจากรัศมีต้นไม้ผ่านมือ มาลงที่ขาและก็ลงดิน ไม่ต่างกับขาควาย”

ดร.เอกรินทร์ บอกว่า ถ้าให้แนะนำการป้องกันถูกฟ้าผ่า อันดับแรก ก็ต้องไม่อยู่ในที่โล่ง

ข้อถัดมา...อย่าไปอยู่ใต้ต้นไม้ สิ่งก่อสร้าง ที่ไม่มีระบบสายดินที่ดี เช่น เพิงสังกะสี บ้านไม้เปียก กระท่อม...บ้านกลางทุ่งโล่ง

ถ้าเลือกไม่ได้...ก็จำไว้ว่า จุดที่สูงจากพื้นดินมีโอกาสเสี่ยงถูกฟ้าผ่ามากกว่าจุดที่เตี้ย ให้หลบเข้าไปหลบในจุดที่ต่ำกว่า แล้วยืนขาเดียว ถ้าไม่โดนไฟวาบจนตัวไหม้ไปเสียก่อน...ยังไงก็ไม่ตาย

หากยังจำกันได้ ปลายปี 2548...นักข่าวไทยถูกฟ้าผ่าที่กัมพูชา เพราะใส่สร้อยที่มีส่วนประกอบของโลหะเงิน ซึ่งมีค่าความต้านทานต่ำกว่าวัสดุอื่นในร่างกาย...

แน่นอนว่า โลหะเงิน เป็นเป้าสายตาสำคัญของฟ้าผ่า

ดร.เอกรินทร์ บอก ว่า ก่อนฟ้าผ่าการทำให้ประจุมาออที่เนื้อหรือผิวหนังคนยากกว่าเงิน ถึงเงินจะเป็นส่วนประกอบเล็กๆ แต่กระบวนการออของประจุ... เกิดได้เร็ว

เทียบโลหะที่นำไฟฟ้า เรียงลำดับจากดีที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ เงิน ทองแดง ทอง อะลูมิเนียม ทังสเตน เหล็ก สเตนเลส แพลทินัม ตะกั่ว วัสดุเหล่านี้...ยิ่งใส่เป็น เครื่องประดับ...ก็มีโอกาสเสี่ยงถูกฟ้าผ่าสูง ตามคุณสมบัติความนำไฟฟ้า

ฟ้าผ่าไม่ได้ผ่าลงมาแบบหลับหูหลับตา แต่ดูว่าวัสดุชนิดไหนจะสร้างประจุ มีทางเดินที่สะดวกที่สุด ประจุจะถูกสร้างขึ้นมาที่หัวคน ไหล่ แขน หรือที่ไหนก็ได้ ถ้าในตัวมีโลหะก็ยิ่งมีโอกาสที่เกิดฟ้าผ่า

เข้าใจง่ายๆ ฟ้าผ่าไม่มีตา แต่จะเลือกผ่าไปในทิศทางที่ประจุวิ่งสะดวก ความต้านทานต่ำที่สุด

หลักวิชาการ ฟ้าผ่าเกิดจากการวิ่งเข้าหากันระหว่างประจุบวกกับประจุลบ ฟ้าผ่า ฟ้าแลบ เกิดจากถ่ายเทประจุบวกกับลบที่เกิดขึ้นบนก้อนเมฆ

ถ้าเรามองเห็นฟ้าแลบ แปลบๆ ให้รู้เอาไว้...ฟ้าแลบจะไม่ผ่า แต่เป็นการถ่ายเทประจุ ทางทฤษฎีฟ้าแลบก็เป็นฟ้าผ่าอย่างหนึ่งแต่ผ่าระหว่างก้อนเมฆ ไม่ผ่าลงพื้นดิน

โดยทั่วไปวัสดุทุกชนิดมีอิเล็กตรอนหรือประจุลบในตัวของตัวเอง ปัจจุบันยังศึกษากันอยู่ว่าสาเหตุที่เกิดประจุบนก้อนเมฆ...เกิดได้เพราะ อะไร?

ที่น่าสนใจ พื้นที่เสี่ยงเกิดฟ้าผ่าทั่วทั้งโลก สำรวจโดยดาวเทียมของนาซา ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีโอกาสเกิดฟ้าผ่าสูง สีส้มเข้ม ใกล้เส้นศูนย์สูตร ไม่แพ้รัฐฟลอริดา รัฐที่นักกอล์ฟโดนฟ้าผ่ากันบ่อยๆ เพราะสนามกอล์ฟมีต้นไม้...มีภูเขามาก

ประเทศที่เกิดฟ้าผ่ามากที่สุดในโลก คือ...แอฟริกากลาง ภาพถ่ายดาวเทียมเป็นสีดำ อาจหมายถึงพื้นที่ที่มีแร่ธาตุอะไรบางอย่างเป็นสิ่งล่อฟ้าโดยธรรมชาติ พื้นที่ส่วนใหญ่ก็เป็นที่โล่ง...ทุ่งหญ้า

สถานการณ์วันนี้...ภาวะโลกร้อน มีโอกาสฟ้าผ่าบ่อยขึ้น พื้นที่ที่มีความเสี่ยงมากอยู่แล้ว ก็ยิ่งเสี่ยงเพิ่มขึ้น

ปรากฏการณ์ฟ้าผ่า ถึงจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แต่ถ้าเกิดมากเกินปกติ ก็เป็นสิ่งที่ธรรมชาติเตือนให้มนุษย์รู้ว่า...โลกกำลังเปลี่ยนแปลง

สังเกตกันให้ดีๆ ไม่ว่าจะเป็นพายุรุนแรง ฤดูร้อนมาเร็ว...อากาศร้อนยาวนาน ก็เกิดขึ้นให้เห็นไปบ้างแล้ว

ไม่แน่ว่าสิ่งที่ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา อดีตนักวิทยาศาสตร์ นาซา บอกว่า เดือนมกราคมปีหน้า ประเทศไทยอากาศจะเย็นสุดๆ จนหิมะตกในภาคเหนือ...อาจจะเป็นจริง.

Comment

Comment:

Tweet